cfd4ac116d2cf44849995f0a79d401b5_S

วันเข้ารับตำแหน่ง 18 กันยายน พ.ศ. 2551 sbobet

วันเกิด/สถานที่      31สิงหาคม พ.ศ. 2490/จังหวัดนครศรีธรรมราช

สถานภาพ              ครอบครัว สมรสกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มีบุตร 3 คน

1.นายยศธนัน วงศ์สวัสดิ์

2.นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์

3.นางสาวชยาภา วงศ์สวัสดิ์

ประวัติการศึกษา  2513 นิติศาสตร์บัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2516 เนติบัณฑิตไทย (นบท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

2539 ปริญญาบัตร หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 38

2545 รัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิตสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ประวัติการทำงาน 18 กันยายน 2551 นายกรัฐมนตรี sbobet

6 กุมภาพันธ์ 2551 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กรรมการเนติบัณฑิตไทยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์

มี.ค. – ก.ย.49 ปลัดกระทรวงแรงงาน sbobet

พ.ย.42 – มี.ค.49 ปลัดกระทรวงยุติธรรม

ปี 2541 รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ปี 2540 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2

ปี 2536 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ปี 2533 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาธนบุรี

ปี 2532 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี

ปี 2531 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี

ปี 2530 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง

ปี 2529 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพังงา

ปี 2526 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย

ปี 2520 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่

ปี 2519 ผู้พิพากษาศาลแขวงเชียงใหม่

ปี 2518 ผู้พิพากษาประจำกระทรวง

ปี 2517 ผู้ช่วยผู้พิพากษา กระทรวงยุติธรรม

ปี 42 – 49 ประธานกรรมการ สภาวิจัยแห่งชาติสาขานิติศาสตร์

ประธานการมการ ตรวจสอบทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ

กรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

กรรมการ บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

กรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

กรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

กรรมการ บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

กรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

กรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)

กรรมการ คณะกรรมการกฤษฎีกา

กรรมการ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)

กรรมการ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

กรรมการ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.)

กรรมการ คณะกรรมการอัยการ (กอ.)

กรรมการ คณะกรรมการตุลาการ

กรรมการ คณะกรรการข้อมูลข่าวสารแห่งชาติ

กรรมการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

เครื่องราชอิสริยาภรณ์          ปี 2542 เหรียญจักรพรรติมาลา (จ.ม.ร.)

ปี 2540 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

ปี 2535 มหาวชิรมงกุฎไทย(ม.ว.ม.)

ปี 2532 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

ปี 2529 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

ปี 2527 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)

ปี 2523 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)

678281-topic-ix-15

พลเอกชาติชาย ชุณหวัณห์

 

สมัยที่ 1     4 สิงหาคม 2531 -   9 ธันวาคม 2533

สมัยที่ 2     9 ธันวาคม 2533 – 23 กุมภาพันธ์ 2534sbo

ประวัติ       พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2463 ที่ตำบลพลับพลาไชย จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของจอมพล ผิน ชุณหะวัณ กับคุณหญิง วิบูลย์ลักษม์ ชุณหะวัณ สมรสกับท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ (โสพจน์) พลเอก ชาติชาย เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายทหารม้า และโรงเรียนยานเกราะกองทัพบก (อาร์เมอร์สคูล) มลรัฐเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา พลเอก ชาติชาย รับราชการครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2483 ในตำแหน่งผู้บังคับหมวด กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ผู้บังคับกองร้อย กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ประจำกรมเสนาธิการทหารบก ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็นผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ รองผู้บังคับการโรงเรียนยานเกราะ และผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 2 และผู้บังคับการโรงเรียนยานเกราะ ในปี พ.ศ. 2501 ได้ถูกเหตุการณ์ทางการเมืองผันแปรชีวิตไปเป็นอุปทูตอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม เอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศอาร์เจนตินา และเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศออสเตรีย ตุรกี สำนักวาติกัน และเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรsbo ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ตามลำดับ ในปี พ.ศ. 2515 พลเอก ชาติชาย ได้กลับมายังประเทศไทย และเข้าดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2518 พลเอก ชาติชาย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา และต่อมาได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมารวม 5 สมัย พลเอก ชาติชาย เริ่มบทบาททางการเมืองในรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร sbo โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และได้เข้าร่วมรัฐบาลอีกหลายสมัยในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทยในปี 2531เมื่อพรรค ชาติไทยที่พลเอก ชาติชาย เป็นหัวหน้าพรรคอยู่ในขณะนั้นเข้าจัดตั้งรัฐบาล ผลงานสำคัญของรัฐบาลในช่วงที่พลเอก ชาติชาย เข้าบริหารประเทศ ได้แก่ การดำเนินนโยบายต่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอินโดจีน โดยการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า รวมทั้งดำเนินการประสานงานให้มีการเจรจาร่วมระหว่างเขมร 4 ฝ่าย เพื่อยุติการสู้รบ และการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของสีหนุขึ้น ทางด้านเศรษฐกิจได้อนุมัติโครงการเพื่อให้เอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ ได้แก่ โครงการขยายบริการโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมาย โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ โครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร โครงการทางด่วนยกระดับ และโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ บริหารประเทศจนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ก็ถูกยึดอำนาจการปกครองโดย คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ภายใต้การนำของพลเอก สุนทร คงสมพงษ์ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลอากาศเอก เกษตร โรจนนิล และพลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี พลเอกชาติชายได้เดินทางไปพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษระยะหนึ่ง และได้เดินทางกลับมาพำนักอยู่ในประเทศไทย ต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครราชสีมา ในการเลือกตั้งทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 โดยสังกัด พรรคชาติพัฒนา ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค และบทบาททางการเมืองมาโดยตลอด พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 6พฤษภาคม 2541 ณ โรงพยาบาลคอมเวลล์ ประเทศอังกฤษ รวมอายุได้ 78 ปี

ยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (เกิด 21 มิถุนายน พ.ศ. 2510, ชื่อเล่น: ปู) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย นายกรัฐมนตรี หญิงคนแรกของประเทศไทย เป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย ใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 อดีตกรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคมและกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)แทงบอลออนไลน์

ประวัติ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ปริญญาตรีจาก คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาวิชารัฐศาสตร์ (สิงห์ขาวรุ่น 21) เมื่อปี พ.ศ. 2531 และระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตต สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2533

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน 10 คน ของนาย เลิศ และ นางยินดี ชินวัตร) โดยเคยติดตาม เลิศ ชินวัตร ในสมัยที่บิดาหาเสียงในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเยาวลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ยิ่งลักษณ์สมรสโดยไม่ได้จดทะเบียนกับอนุสรณ์ อมรฉัตร อดีตผู้บริหารในเครือบริษัท ซีพี อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และอดีตกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอ็ม ลิงก์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย มีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อ ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์แทงบอลออนไลน์

บทบาททางการเมืองแทงบอลออนไลน์

นับตั้งแต่ได้มีการก่อตั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ยิ่งลักษณ์ได้กลายมาเป็นตัวเลือกแรกของทักษิณที่จะให้เป็นหัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม ยิ่งลักษณ์ได้ปฏิเสธตำแหน่งโดยกล่าวว่าตนไม่เคยต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรีและเพียงต้องการแต่สนใจทำธุรกิจของตนเท่านั้น เธอกล่าวว่าเธอเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเป็นบางครั้งเฉพาะเมื่อทางพรรคส่งจดหมายเชิญเท่านั้น

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติเลือก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 1 ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ยิ่งลักษณ์ระบุว่าการออก พ.ร.บ.อภัยโทษหรือการนิรโทษกรรมที่เสนอโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงนั้น “เป็นเพียงหลักและวิธีการ โดยหลักของส่วนนี้ต้องมาดูว่าจะได้อะไร และต้องมีคณะกรรมการทำหน้าที่พิจารณา โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม เป็นหัวเรือ” ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่าความคิดนิรโทษกรรมไม่ได้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว แต่จะให้ทุกคน

ประวัติ   

 ชื่อเดิม แปลก ขีดตะสังคะ
เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2440
ณ บ้านแพ ปากคลองบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
เป็นบุตรของนายขีด กับนางสำอาง ขีดตะสังคะ
สมรสกับท่านผู้หญิงละเอียด (พันธุ์กระวี)
ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจวาย ณ บ้านพักที่ตำบลซากามิโอโน ซานกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2507 รวมอายุได้ 67 ปี

การศึกษา     

โรงเรียนกลาโหมอุทิศ วัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี
โรงเรียนนายร้อยทหารบก
โรงเรียนเสนาธิการ
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประเทศฝรั่งเศส

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง     

1. รัฐบาลที่ 9  16 ธันวาคม 2481 -  6 มีนาคม 2485
2. รัฐบาลที่ 10  7 มีนาคม 2485 – 1 สิงหาคม 2487
3. รัฐบาลที่ 21  8 เมษายน 2491 – 24 มิถุนายน 2492
4. รัฐบาลที่ 22  25 มิถุนายน 2492 – 29 พฤศจิกายน 2494
5. รัฐบาลที่ 23  29 พฤศจิกายน 2494 – 6 ธันวาคม 2494
6. รัฐบาลที่ 24  6 ธันวาคม 2494 – 23 มีนาคม 2495
7. รัฐบาลที่ 25  24 มีนาคม 2495 – 26 กุมภาพันธ์ 2500
8. รัฐบาลที่ 26   21 มีนาคม 2500 – 16 กันยายน 2500

ประวัติการทำงาน     

พ.ศ.2462 : ประจำกรมทหารบกปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์
พ.ศ.2466 : ประจำกรมยุทธศาสตร์ทหารบก
พ.ศ.2475 : รองผู้บังคับการทหารปืนใหญ่
พ.ศ.2476 : รองผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้บังคับการมณฑลทหารราบที่ 1
พ.ศ.2483 : ผู้บัญชาการทหารบก
พ.ศ.2483 : ผู้บัญชาการหารสูงสุดและแม่ทัพบก
พ.ศ.2490 : ผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศไทย

บทบาททางการเมือง     

พ.ศ. 2476 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภท 2
พ.ศ. 2477 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. 2481 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. 2482 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พ.ศ. 2484 : ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในประเทศไทย จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทย และในที่สุดได้ทำสัญญาพันธมิตรทางการทหารและเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลให้ภายหลังเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เสร็จสิ้นลง จอมพลแปลก พิบูลสงคราม จึงต้องตกเป็นผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม และถูกจับกุมขังเป็นเวลาหลายเดือน
พ.ศ. 2485 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พ.ศ .2491 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2492 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พ.ศ. 2494 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 5
พ.ศ. 2494 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 6
พ.ศ. 2495 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 7 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
พ.ศ. 2497 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ
พ.ศ. 2498 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2500 : นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 8

ผลงานที่สำคัญ   

 - นโยบายสร้างชาติและการปลูกฝังความรู้สึกชาตินิยมให้แก่ประชาชนอย่างมากมาย เช่น การเปลี่ยนชื่อประเทศสยามมาเป็นประเทศไทย การเรียกร้องดินแดนทางด้านอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส การปลูกฝังความนิยมไทย และการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทยบางอย่าง เช่น การให้สตรีเลิกนุ่งโจงกระเบนแล้วหันมาสวมกระโปรงแทนการให้ประชาชนเลิกกิน หมากพลู การตั้งชื่อผู้ชายให้มีลักษณะเข้มแข็ง ผู้หญิงให้แสดงถึงความอ่อนหวาน
- การส่งเสริมการศึกษาวิชาการแก่ประชาชน โดยเฉพาะได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเฉพาะวิชา เช่น มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ (มหิดล) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี คนที่ 2 พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)

Pahol

วันนี้ทางเว็บไซต์ของเราของได้เปิดให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงต่างๆ ด้วยการสนับสนุนของเว็บไซต์ พนันบอลออนไลน์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ รับพนันบอล ที่ให้การสนับสนุนเราด้านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ครบครันถ้าใครต้องการเข้าไป พนันบอล ซึ่งเป็นเว็บไซต์ แทงบอลวันนี้ ของคนไทยที่มีคนเข้ามากที่สุดและให้บริการดีที่สุดในประเทศไทย

“พระยาพหลพลพยุหเสนา” เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ พระยาพหลพลพยุหเสนา (แก้ความกำกวม)

พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 2 ชื่อเดิมว่า “พจน์ พหลโยธิน” เกิดวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2430 เวลา 03.30 น. ณ บ้านหน้าวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (กิ่ม พหลโยธิน)[3] กับท่านผู้หญิงจับ พหลโยธิน สมรสกับท่านผู้หญิงบุญหลง พหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี 5 สมัย รวมระยะเวลา 5 ปี 5 เดือน 21 วัน ยังได้รับสมญานามว่า เชษฐบุรุษ ด้วย ถึงแก่อสัญกรรมด้วยเส้นโลหิตในสมองแตก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 รวมอายุ ได้ 59 ปี

พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา มีพี่ชายที่รับราชการทหาร มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพหลพยุหเสนา เช่นกัน คือ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (นพ) ยศสูงสุดเป็น พลโท พระยาพหลโยธินรามินทรภักดี[4]

การศึกษา

 โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม)

โรงเรียนสุขุมาลวิทยาลัย

โรงเรียนนายร้อยทหารบก

พ.ศ. 2446 โรงเรียนนายร้อยทหารบก เมืองโกรสลิสเตอร์ เฟล เด ประเทศเยอรมนี

พ.ศ. 2455 โรงเรียนช่างแสง ประเทศเดนมาร์ก (1 ปีก็ถูกเรียกตัวกลับเนื่องจากเงินทุนการศึกษาไม่เพียงพอ)

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

    สมัยที่ 1 : 21 มิถุนายน พ.ศ. 2476 – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2476

    สมัยที่ 2 : 16 ธันวาคม พ.ศ. 2476 – 22 กันยายน พ.ศ. 2477

    สมัยที่ 3 : 22 กันยายน พ.ศ. 2477 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2480

    สมัยที่ 4 : 9 สิงหาคม พ.ศ. 2480 – 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480

    สมัยที่ 5 : 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480 – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481

ประวัติการทำงาน

    พ.ศ. 2453 ประจำกรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ประเทศเยอรมนี

    พ.ศ. 2457 ประจำกรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 จังหวัดราชบุรี

    พ.ศ. 2458 ผู้บังคับการกองร้อยที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ บางซื่อ พระนคร

    พ.ศ. 2460 ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 9 จังหวัดฉะเชิงเทรา

    พ.ศ. 2461 ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2

    พ.ศ. 2469 ผู้อำนวยการแผนกโรงเรียนทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี

    ในชีวิตราชการนั้นได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงและพระตามลำดับในราชทินนามเดียวกันว่า “สรายุทธสรสิทธิ์”

    วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2471 ได้เลื่อนยศทางทหารเป็น พันเอก

    วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2471 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองครักษ์เวร

    พ.ศ. 2473 จเรทหารปืนใหญ่

    วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพหลพลพยุหเสนา มีราชทินนามเดียวกับบิดา

    พ.ศ. 2475 ผู้บัญชาการทหารบก

    พ.ศ. 2487 แม่ทัพใหญ่มีอำนาจสิทธิ์ขาด บังคับบัญชาแม่ทัพบก แม่ทัพเรือ แม่ทัพอากาศ และตำรวจสนามตามกฎอัยการศึก

Phot_and_Tojo

พระยาพหลพลพยุหเสนา (แถวหน้าซ้ายมือ)นำคณะรัฐมนตรีของไทยเข้าเยือนประเทศญี่ปุ่น และพบกับ ฮิเดกิ โตโจ (แถวหน้าตรงกลาง) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2485 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

บทบาททางการเมือง

    วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้ร่วมกับคณะราษฎรโดยเป็นหัวหน้าคณะราษฎรทำการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย จนได้รับฉายาว่า “เชษฐบุรุษประชาธิปไตย” จากบทบาทที่มีค่อนข้างสูงในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะเป็นผู้นำคณะราษฎรฝ่ายทหารบก และหลังจากที่คำว่าประชาธิปไตยได้ถูกบัญญัติและเผยแพร่ไป มีชาวบ้านบางคนคิดว่า เป็นชื่อของลูกชายของพระยาพหลพลพยุหเสนาด้วยซ้ำ

    วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2476 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 1 โดยการทำรัฐประหารรัฐบาลของ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

    วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2

    วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2477 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 3

    พ.ศ. 2477 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    พ.ศ. 2478 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2480 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 4 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

    วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 5

    วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2481 ยุบสภาและลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

    พ.ศ. 2487 แม้พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาจะวางมือจากตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองแล้ว ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และได้รับยศ พลเอก (พล.อ.)

บทบาททางการเมืองและชีวิต

พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหนึ่งในคณะราษฎรฝ่ายทหารชั้นผู้ใหญ่ เป็น 1 ใน 4 ทหารเสือ (อีก 3 คน ได้แก่ พระยาฤทธิ์อัคเนย์ พระยาทรงสุรเดช และพระประศาสน์พิทยายุทธ) ในระหว่างการประชุมวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น พระยาพหล ฯ ได้เคยมีดำริถึงเรื่องนี้มาก่อนและเปรยว่า ทำอย่างไรให้อำนาจการปกครองอยู่ในมือของคนทั่วไปจริง ๆ ไม่ใช่อยู่ในมือของชนชั้นปกครองแค่ไม่กี่คน และเมื่อคณะราษฎรทั้งหมดยกให้ท่านเป็นหัวหน้า ท่านก็รับ[1]

 

ในเช้าวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านได้สั่งเสียไว้กับภรรยา (ท่านผู้หญิงบุญหลง พลพยุหเสนา) ว่า หากทำการมิสำเร็จและต้องประสบภัยถึงแก่ชีวิตแล้ว ขอให้คุณหญิงจงเป็นพยานแก่คนทั้งหลายว่า “การที่คิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินครั้งนี้ มิได้หมายจะช่วงชิงเอาราชบัลลังก์ หรือคิดจะล้มราชบัลลังก์แต่อย่างใดเลย ความมุ่งหมายจำกัดอยู่แต่เพียงว่า ให้องค์กษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และให้มีสภาการปกครองแผ่นดิน เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ผู้น้อยและประชาราษฎรได้แสดงความคิดเห็นในราชการบ้านเมืองได้บ้าง”[1] และฝากให้เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีด้วย ก่อนออกจากบ้านไปพร้อมกับพระประศาสน์พิทยายุทธที่ขับรถมารับ มุ่งหน้าไปยังตำบลนัดพบ คือ บริเวณทางรถไฟสายเหนือตัดกับถนนประดิพัทธ์ ในเวลา 05.00 น. เพื่อสมทบกับกลุ่มของพระยาทรงสุรเดช พร้อมกับเหน็บปืนพกค้อลท์รีวอลเวอร์ที่เอว เป็นอาวุธข้างกาย ก่อนที่จะเดินทางไปที่กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (ม.1 รอ.) ที่แยกเกียกกาย เพื่อลวงเอากำลังทหารและยุทโธปกรณ์มาใช้ในการปฏิวัติตามแผนของพระยาทรงสุรเดช ซึ่งที่คลังแสงอาวุธภายในกรมทหารม้าฯ นี้ พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นผู้ใช้คีมตัดเหล็กที่ทางพระประศาสน์พิทยายุทธได้จัดหาไว้ก่อนหน้านั้น ตัดโซ่ที่คล้องประตูคลังแสง เพื่องัดเอากระสุนและปืนออกมา[5]

จากนั้น ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อทหารทุกหน่วยมาพร้อมแล้ว พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา จึงได้แสดงตนเป็นหัวหน้าผู้ก่อการ และอ่านประกาศฉบับแรกของคณะราษฏร ที่เขียนด้วยภาษาเยอรมัน แต่ได้อ่านออกมาเป็นภาษาไทย[6] ซึ่งมีใจความว่า[7]

 

    การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์คือการปกครองแบบพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจด้วยพระองค์เอง ใครจะออกเสียงหรือความเห็นคัดค้านอย่างใดมิได้ทั้งสิ้น การปกครองแบบนี้ได้ปล่อยให้อาณาประชาราษฎรเผชิญโชคชะตาทางเศรษฐกิจและการภาษีต่าง ๆไปตามลำพัง ไม่ได้คิดหาทางแก้ไขบูรณะบ้านเมืองให้ดีขึ้น จะปล่อยให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายและเป็นไปตามยถากรรมนั้นเป็นการไม่พึงบังควรยิ่ง เราจึงต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้พระมหากษัตริย์ทรงสถิตอยู่ใต้กฎหมาย

เมื่อท่านต้องรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ 2 ของประเทศ แทนที่พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ที่ถูกรัฐประหารไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 การทำหน้าที่ของท่านไม่ราบรื่น เนื่องด้วยประสบกับปัญหาหลายด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งการสงคราม ที่กำลังจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ทำให้ท่านต้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 3 สมัย จากนั้นก็ลงจากตำแหน่ง แล้วเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอีก 2 กระทรวง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในปี พ.ศ. 2477 รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในปี พ.ศ. 2478 จากนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง ท่านก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่ 4 โดยนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ หลังจากนั้น ก่อนจะเข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 5 วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480 และลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2481 และยุติบทบาททางการเมืองไป ซึ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อมา ก็คือ หลวงพิบูลสงคราม (แปลก พิบูลสงคราม) นายทหารรุ่นน้องที่ท่านรักและไว้ใจนั่นเอง

 

พระยาพหลพลพยุหเสนา ได้รับพระราชทานวังปารุสกวัน จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นที่พำนัก แม้ถึงตอนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ซึ่งท่านได้ใช้ที่นี่เป็นที่พำนักพักอาศัยตราบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต[1]

 

พระยาพหลพลพยุหเสนา มีคติประจำใจว่า “ชาติเสือต้องไว้ลาย ชาติชาย ต้องไว้ชื่อ” ชีวิตของท่านไม่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายเลยแม้จะผ่านตำแหน่งสำคัญ ๆ มามากก็ตาม[1] ใน พ.ศ. 2487 ระหว่างปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรัฐบาลพันตรีควง อภัยวงศ์ ที่ขึ้นมาแทนที่รัฐบาลของจอมพลแปลก ที่ได้ลาออกไปก่อนหน้านั้น เมื่อรัฐบาลมีมติปลด จอมพลแปลก ออกจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ (ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในปัจจุบัน) ก็ได้ขอให้ท่านรับตำแหน่งนี้เอาไว้ ทั้งที่ท่านประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว ประกอบกับร่างกายที่เป็นอัมพาตจากอาการเส้นโลหิตในสมองแตก แต่ท่านก็รับไว้ในที่สุด แม้จะปรารภว่าจะให้เป็นท่านเป็นแม่ทัพกล้วยปิ้งหรืออย่างไร อีกทั้งระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพันตรีควง ในช่วงนี้ เป็นที่หวาดวิตกว่า อาจจะมีการรัฐประหาร ด้วยกำลังทหารจากจังหวัดลพบุรี ที่ยังให้การสนับสนุนจอมพลแปลกอยู่ เพื่อยุติภาวะอันนี้ พันตรีควง จึงตัดสินใจเดินทางไปพบจอมพลแปลกด้วยตัวเองถึงที่บ้านพักส่วนตัว ภายในศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี หลังจากเจรจากันแล้ว จอมพลแปลกได้ยืนยันว่า ไม่มีความคิดเช่นนั้นเลย อีกทั้งยังมีความรักใคร่ พันตรีควง เสมือนเป็นน้องชายตนเอง ในการครั้งนี้ ด้วยความเป็นห่วงพันตรีควง พระยาพหลพลพยุหเสนาได้โทรศัพท์ไปสอบถามถึงบ้านพักของพันตรีควงถึง 2 ครั้ง เมื่อไม่ได้ความ ก็เดินทางออกจากวังปารุสกวันไปที่หลักสี่เพื่อรอคอยการกลับมาของพันตรีควงด้วยตนเอง ทั้งที่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย [2]

 

พระยาพหลพลพยุหเสนา ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 ด้วยวัยเพียง 60 ปี ด้วยอาการเส้นโลหิตในสมองแตก ซึ่งงานศพของท่านทางครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอ ที่จะจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพด้วยซ้ำ จนทางรัฐบาลในสมัยนั้น (พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์) ต้องเข้ามารับอุปถัมภ์ จัดการงานพระราชทานเพลิง ให้ท่านแทน[1]

อนุสรณ์

 

ภายหลังการอสัญกรรม ได้มีการเปลี่ยนชื่อถนนตามนามสกุลของท่าน คือ ถนนพหลโยธิน และมีการสร้างโรงพยาบาลและใช้ชื่อเป็นการระลึกถึงท่าน คือ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ที่จังหวัดกาญจนบุรี และปัจจุบัน มีการสร้างพิพิธภัณฑ์พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา อยู่ภายในศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน หมู่ที่ 7 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของท่านมาก่อนในขณะเป็นผู้บังคับบัญชา ภายในรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ รูปปั้น ชุดเครื่องแบบ ตลอดจนรูปถ่าย จดหมายลายมือของท่าน และบัตรประจำตัว เพื่อเป็นแหล่งศึกษาชีวประวัติและเชิดชูเกียรติของท่าน ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัด[8]

 

ครอบครัว

พระยาพหลพลพยุหเสนา สมรสครั้งแรกกับ คุณหญิงพิศ แต่ไม่มีบุตร-ธิดาด้วยกัน

ต่อมาได้สมรสครั้งที่สองกับ ท่านผู้หญิงบุญหลง พหลพลพยุหเสนา มีบุตร-ธิดา รวม 7 คน คือ

    นางสาวพาภรณ์ พหลพลพยุหเสนา

    นางพรจันทร์ ศรีพจนาถ

    พลตรีชัยจุมพล พหลพลพยุหเสนา

    พันตรีพุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา

    พันตำรวจโทพรหมมหัชชัย พหลพลพยุหเสนา

    นางพวงแก้ว สาตรปรุง

    นางผจี

สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณทางเว็บไซต์  แทงบอลสเต็ป นี้ที่ทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ถูกต้องและรวดเร็วให้กับทุกท่านส่วนใครที่ต้องการเข้าไป พนันบอล ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการเว็บไซต์ที่ให้การสนับสนุนเรา…..ขอบคุณที่ใช้บริการครับ ^-^

ขอขอบคุณที่มา : http://th.wikipedia.org

هاست

خرید کریو

خريد vpn

دانلود فیلم

خرید شارژ